ทันเกมส์

23/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET แรงไม่หยุด ก้าวข้าม 1400 จุด
SET ช่วงเช้าปรับขึ้นได้แรงและทะลุ 1400 จุดได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 5 เดือน ท่ามกลางกระแสเงินที่ยังไหลเข้า รวมทั้งความคาดหวังวัคซีนที่คาดว่าสหรัฐจะอนุมัติให้ใช้ได้ในกลางเดือน ธ.ค. เช่นเดียวกับเยอรมนีจะเริ่มโครงการฉีดวัคซีนต้านโควิดให้ประชาชน ธ.ค.นี้ ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับขึ้นได้เช่นกัน ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ขึ้นแรง-เร็ว และยังต้องระวังการพักฐาน ทิศทาง fund flow ที่ไหลเข้า ทำให้ SET ขึ้นแรง และเร็ว โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1430 และ 1450 จุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังการพักตัวเพื่อลดความร้อนแรง หรือหากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ จะเป็นปัจจัยที่กระตุ้นแรงขายเป็นอย่างดี ซึ่งเราให้จุดติดตามที่บริเวณ 1389 จุด หากต่ำกว่า จะเริ่มเป็นสัญญาณลบในภาพรวม หรือเกิดการพักฐาน กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร เน้นขายทำกำไร ส่วนการเข้าซื้อเลือกเป็นรายตัว และมีจุด cut เพื่อจำกัดความเสี่ยง
20/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ยังแกว่งตัวปรับขึ้นได้ต่ออีกวัน
SET ช่วงเช้าปรับขึ้นได้ต่อเนื่องอีกวัน ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคกระจายตัวสลับบวกลบ ตลาดจับตาที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่จะกลับมาเจรจาอีกครั้ง แต่ยังกังวลการแพร่ระบาดที่ล่าสุดทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 56 ล้านราย ขณะที่ ธปท. ประกาศ 3 มาตรการควบคุมค่าเงินบาท ซึ่งเรามองว่าไม่น่าจะช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลงมากนัก เนื่องจาก ธปท. ได้ผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวอยู่แล้ว ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ยังต้องระวังการพักฐาน คาด SET ยังมี Upside ในระยะสั้นจำกัดในช่วงนี้ โดยแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1383-1387 จุด และให้ระวังการพักฐาน โดยกรอบล่างระยะสั้นในช่วงบ่ายอยู่ที่ 1365 จุด ซึ่งหากต่ำกว่า จะเห็นภาพการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1347-1350 จุด  กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร เน้นขายทำกำไร และรอกลับเข้ามาซื้อใหม่บริเวณ 1260-1280 จุด
19/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ปรับขึ้น แต่เริ่มเห็นแรงขายสวนออกมา
SET ช่วงเช้าปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง แรงหนุนจากการรายงานผลการทดสอบวัคซีนขั้นสุดท้ายของ Pfizer และ BioNTech ให้ผลดีถึง 95% อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่กลับปรับลดลง จากความกังวลยอดติดเชื้อโควิดพุ่งทั่วโลก ส่งผลให้ SET มีการย่อตัวลงในช่วงปลายภาคเช้า ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
Upside จำกัด และระวังการพักตัว คาด SET ยังมี Upside ในระยะสั้นจำกัด โดยจุดสูงบริเวณ 1375 จุด ที่ทำไว้ในช่วงเช้า มีโอกาสเป็นจุดสูงของรอบนี้ และยังมองดัชนีจะเข้าสู่ช่วงพักตัว โดยกรอบล่างระยะสั้นในช่วงบ่ายอยู่ที่ 1360 จุด ซึ่งหากต่ำกว่า จะเห็นภาพการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1350 จุด  กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร เน้นขายทำกำไร และรอกลับเข้ามาซื้อใหม่บริเวณ 1260-1280 จุด
18/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET แกว่งตัว สลับบวกลบในกรอบแคบ
SET แกว่งตัวสลับบวกลบในกรอบแคบ หลังสะท้อนปัจจัยบวกเรื่องวัคซีนไปมากแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงพุ่งสูง โดยเฉพาะในสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 แสนรายต่อวันแล้ว รวมทั้งความเห็นประธาน Fed กังวลการฟื้นตัวเศรษฐกิจยังต้องใช้เวลานาน ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท. ขณะที่ ศบค.เห็นชอบขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 45 วัน สิ้นสุด 15 ม.ค. 64 ส่วนบ่ายนี้ติดตามประชุม กนง.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
เข้าสู่ช่วงพักตัว คาด SET เข้าสู่ช่วงพักตัวแล้ว และมี upside ในระยะสั้นจำกัดบริเวณ 1356-1365 จุด และจะชะลอตัวลดความร้อนแรง โดยกรอบล่างระยะสั้นในช่วงบ่ายอยู่ที่ 1340 จุด ที่มีแนวโน้มลงมาหา และมีแนวรับถัดไปที่ 1327 จุด  กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร เน้นขายทำกำไร และรอกลับเข้ามาซื้อใหม่บริเวณ 1260-1280 จุด
17/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
ปัจจัยบวกจากวัคซีนหนุน SET ขยับขึ้นได้ต่อ
SET ยังคงปรับขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หนุนจากพัฒนาการเชิงบวกของวัคซีน อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นไม่ได้รุนแรงมากเท่าสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากตลาดสะท้อนประเด็นวัคซีนไปมากแล้ว ขณะที่ ส.อ.ท. รายงานดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ต.ค. 63 ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แต่ยอดส่งออกรถยนต์ ต.ค. 63 ลดลง 16.57%YoY ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ระยะสั้นยังมี upside จำกัด และมีแนวโน้มชะลอตัว
SET คาดเริ่มมี upside ในระยะสั้นจำกัดบริเวณ 1367 จุด และจะชะลอตัวลดความร้อนแรง โดยกรอบล่างระยะสั้นในช่วงบ่ายอยู่ที่ 1350 จุด หากต่ำกว่า จะเห็นการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1340 จุด กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร เน้นขายทำกำไร และรอกลับเข้ามาซื้อใหม่บริเวณ 1260-1280 จุด
16/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ปรับขึ้น หนุนจาก GDP3Q63 ดีกว่าคาด
SET ปรับขึ้นทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา หนุนจากสภาพัฒน์ฯ รายงาน GDP 3Q63 หดตัว -6.4% ดีขึ้นจากที่หดตัว -12.1% ใน 2Q63 จากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนของภาครัฐขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับประมาณการ GDP ทั้งปีเป็นหดตัว -6% จากเดิม -7.8% ถึง -7.3% ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ระยะสั้นมี upside จำกัด และมีแนวโน้มชะลอตัว
SET คาดเริ่มมี upside ในระยะสั้นจำกัดบริเวณ 1367 จุด และจะชะลอตัวลดความร้อนแรง โดยกรอบล่างระยะสั้นในช่วงบ่ายอยู่ที่ 1354 จุด หากต่ำกว่า จะเห็นการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1346 จุด กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร รอการอ่อนตัว เพื่อเข้าซื้อบริเวณ 1300 จุดลงไป 
13/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET เครื่องร้อน พลิกจากแดนลบสู่แดนบวก
SET เคลื่อนไหวในแดนลบช่วงแรก ก่อนจะมีแรงซื้อกลับพลิกดัชนีขึ้นสู่แดนบวกได้ ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับลดลง นักลงทุนยังกังวลการแพร่ระบาดที่รุนแรงในสหรัฐ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 1.5 แสนราย รวมทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน รอบใหม่ หลังปธน.ทรัมป์ลงนามคำสั่งห้ามชาวอเมริกันลงทุนในบริษัทที่ช่วยกองทัพจีน มีผล 11 ม.ค. 64 ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ขึ้นทะลุผ่าน 1356 จุด จะเป็นสัญญาณที่ดี
SET มีแนวต้านบริเวณจุดสูงเดิมที่ 1356 จุด ซึ่งหากขึ้นทะลุผ่านได้ จะสร้างสัญญาณบวก และมีแนวต้านถัดไปที่ 1365 จุด ส่วนกรณีไม่ผ่าน มีแนวโน้มพักตัวลงมาหาแนวรับระยะสั้นที่ 1340 และ 1334 จุด ตามลำดับ ซึ่งหากไม่ต่ำกว่า คาดว่ายังเป็นสัญญาณที่ดีต่อโอกาสขึ้นทะลุ 1356 จุด ยังมีอยู่ กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร รอการอ่อนตัว เพื่อเข้าซื้อบริเวณ 1300 จุดลงไป 
12/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET พักตัว หลังสัปดาห์นี้ขึ้นมาเกือบ 100 จุด
SET ปรับลงลดความร้อนแรง หลังจากขึ้นมาเกือบ 100 จุดในสัปดาห์นี้ โดยมีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับขึ้นมามาก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับลดลง ตลาดสะท้อนประเด็นบวกเรื่องวัคซีนไปมากแล้ว ขณะที่การแพร่ระบาดยังรุนแรง โดยสหรัฐต้องมีการประกาศเคอร์ฟิวในบางรัฐ รวมทั้งการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ ที่การนับคะแนนยังไม่ชัดเจน ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ถึงคราวชะลอตัวลดความร้อนแรง หลังปรับขึ้นแรงรับปัจจัยบวกมามากแล้ว
SET เข้าสู่ช่วงชะลอตัว เพื่อลดความร้อนแรง หลังปรับขึ้นตอบรับเรื่องความคืบหน้าเรื่องวัคซีนในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่การแพร่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ และยุโรป เป็นปัจจัยลบที่กระตุ้นแรงขายทำกำไร ทำให้คาด SET มีแนวโน้มอ่อนตัว โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1325 และ 1317 จุด ส่วนกรอบบนในระยะสั้นถูกจำกัดที่ 1337-1343 จุด อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมหลังการชะลอตัวเพื่อลดความร้อนแรงแล้ว ซึ่งคาดฐานบริเวณ 1300 จุด ยังรองรับได้ คาด SET ปรับขึ้นได้ต่อ กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร รอการอ่อนตัว เพื่อเข้าซื้อบริเวณ 1300 จุด
11/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ยังร้อนแรง ปรับขึ้นต่อ แต่ค่อนข้างผันผวน
SET เช้านี้แม้จะปรับขึ้นต่อ แต่ดัชนีแกว่งผันผวนแรงและบางช่วงลดลงไปติดลบ ก่อนจะขยับขึ้นอีกครั้ง ส่วนตลาดหุ้นภูมิภาคกระจายตัวสลับบวก-ลบ ตลาดสะท้อนปัจจัยบวกเรื่องพัฒนาการของวัคซีนไปมากแล้ว ขณะที่การแพร่ระบาดยังรุนแรง โดยสหรัฐมีผู้ติดเชื้อใหม่กว่า 1 ล้านรายภายใน 10 วัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
เคลื่อนไหวในกรอบ 1330-1355 จุด เพื่อลดความร้อนแรง
คาด SET จะชะลอตัว เพื่อลดความร้อนแรง และปรับขึ้นแรงตอบรับเรื่องความคืบหน้าเรื่องวัคซีนในระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงตลาดหุ้นต่างประเทศที่การปรับขึ้นมีอัตราที่ลดลง ทำให้คาด SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1330-1355 จุด ไปก่อน อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมหลังการชะลอตัวเพื่อลดความร้อนแรงแล้ว คาด SET ยังปรับขึ้นได้ต่อ กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร รอการอ่อนตัว เพื่อเข้าซื้อบริเวณ 1320-1330 จุด ที่คาดว่าจะเป็นจุดรองรับได้
10/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET พุ่งทะยาน รับแรงหนุนจากพัฒนาการวัคซีน
SET ปรับขึ้นแรงกว่า 40 จุด ดัชนีพุ่งทะยานเหนือ 1300 จุด ทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน ด้วยแรงหนุนจากผลการทดสอบวัคซีนต้านไวรัสของ Pfizer และ BioNTech ได้ผลกว่า 90% อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มย่อตัวลง หลังมีข่าวว่าบราซิลสั่งระงับทดลองวัคซีนของ Sinovac Biotech จากจีน เนื่องจากเกิดผลข้างเคียงรุนแรง ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ชะลอตัวลดความร้อนแรง แต่น่าจะยืนบริเวณ 1300 จุดได้
มีปัจจัยหนุนเรื่องความคืบหน้าของวัคซีนให้ปรับตัวขึ้นต่อ อย่างไรก็ตามในระยะสั้นอาจมีการชะลอตัวเพื่อลดความร้อนแรงบ้าง โดยมีแนวรับบริเวณ 1300 +/- 10 จุด ที่คาดว่าจะเป็นจุดรองรับได้ เพื่อปรับขึ้นได้ต่อในภาพรวม ซึ่งมองว่า SET กลับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้น หลังปรับฐานในช่วงที่ผ่านมาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร รอการอ่อนตัว เพื่อเข้าซื้อบริเวณ 1300 +/- 10 จุด ที่คาดว่าจะเป็นจุดรองรับได้
09/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ปรับขึ้นแรงตามตลาดภูมิภาค หุ้นใหญ่นำตลาด
SET ปรับขึ้นแรงตามตลาดภูมิภาค หลังโจ ไบเดน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไม่เป็นทางการ หนุนให้กระแสเงินไหลกลับเข้าภูมิภาคจากความผ่อนคลายสงครามการค้าสหรัฐ-จีนลดลง โดยมีแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ระวังการชะลอตัวลดความร้อนแรง และ sell on fact
หลังเลือกตั้งสหรัฐ ยังต้องระวังการชะลอตัวเพื่อลดความร้อนแรงของสัญญาณเทคนิค และแรงขายทำกำไรหลังไบเดนชนะการเลือกตั้ง ซึ่งตลาดหุ้นขึ้นรับประเด็นนี้มาระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงใกล้แนวต้านจิตวิทยา ซึ่งจะเผชิญความเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไรเช่นกัน ทำให้มองการขึ้นทะลุ 1300 จุด จะไปได้ต่อไม่ไกลนัก โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 1302 และ 1314 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ คงพอร์ตหลักที่ 50% ส่วนพอร์ตเก็งกำไร เน้นขายทำกำไร และรอการอ่อนตัว เพื่อกลับมาเข้าซื้อเก็งกำไรอีกครั้ง ที่โซนแนวรับบริเวณ 1230-1240 จุด 
06/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ย่อตัวลงหลังปรับขึ้นแรงจน upside จำกัด
SET ย่อตัวลงสู่แดนลบหลังจากวานนี้ปรับขึ้นแรงมากจน upside เริ่มจำกัด ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้กระจายตัวทั้งบวกและลบ นักลงทุนยังจับตาผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ และการยื่นฟ้องต่อศาลสูงของ ปธน. ทรัมป์ รวมทั้งการประท้วงในหลายรัฐ ขณะที่ ปธ. Fed กล่าวในการประชุมวานนี้ย้ำใช้นโยบายการเงิน-การคลัง รับมือแนวโน้มเศรษฐกิจไม่แน่นอน ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
Upside จำกัด มีโอกาสชะลอลงต่อลดความร้อนแรง
SET ยังมีโอกาสชะลอตัวลงต่อเพื่อลดความร้อนแรง อีกทั้งความเสี่ยงของตลาดหลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐยังมีอยู่ โดยช่วงบ่ายมีแนวรับระยะสั้นที่ 1250 จุด ซึ่งหากต่ำกว่า จะเห็นการปรับลงชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1235 จุด ด้านกรอบบนคาดถูกจำกัดที่แนวต้าน 1270-1280 จุด กลยุทธ์ พอร์ตลงทุน แนะนำคงพอร์ตลงทุนในสัดส่วน 50% ไว้ก่อน และรอสัญญาณให้ซื้ออีกครั้ง ส่วนการเข้าตลาดช่วงนี้ใช้การ Trading ไปก่อน
05/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET พุ่งทะยาน ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ
SET เช้านี้ปรับขึ้นได้แรงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้และตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ หลังจากการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐพลิกมาเป็นโจ ไบเดน มีโอกาสชนะ อย่างไรก็ตาม ทีมของโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมยื่นต่อศาลฯ ให้มีการนับคะแนนใหม่และหยุดนับคะแนนในบางรัฐ ทางด้านกระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ ต.ค. หดตัว -0.5%YoY แต่ดีขึ้นจากเดือนก่อน ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ระวังเกิดการชะลอตัวเพื่อลดความร้อนแรง
ให้ระวังการชะลอตัวเพื่อลดความร้อนแรงของสัญญาณเทคนิค และความเสี่ยงของตลาดหลังผลการเลือกตั้งยังมีอยู่ หากทรัมป์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ด้านกรอบบนคาดถูกจำกัดที่แนวต้าน 1246-1250 จุด และมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยช่วงบ่ายมีแนวรับระยะสั้นที่ 1237 จุด ซึ่งหากต่ำกว่า จะเห็นการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1232 จุด กลยุทธ์ พอร์ตลงทุน แนะนำคงพอร์ตลงทุนในสัดส่วน 50% ไว้ก่อน และรอสัญญาณให้ซื้ออีกครั้ง ส่วนการเข้าตลาดช่วงนี้ใช้การ Trading ไปก่อน
04/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ผันผวน ปรับขึ้นแรงก่อนย่อตัวลง
SET ปรับขึ้นได้ในช่วงแรก ก่อนย่อตัวลดช่วงบวกลง นักลงทุนติดตามผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ ที่อยู่ในระหว่างการนับคะแนน ซึ่งค่อนข้างสูสีและมีโอกาสพลิกผันได้ นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาผลการประชุม Fed วันนี้และพรุ่งนี้ ด้านการประชุมบอร์ด BOI มีมติอนุมัติ 6 โครงการใหญ่ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 3.5 หมื่นลบ. ใน 6 โครงการ ส่วนสถานการณ์ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
ชะลอตัวลดความร้อนแรงระยะสั้น
คาดดัชนีจะเริ่มมี Upside ในระยะสั้นจำกัดก่อนบริเวณ 1226-1233 จุด เพื่อลดความร้อนแรงในระยะสั้นของสัญญาณเทคนิค และนักลงทุนในตลาดมีโอกาสขายทำกำไรเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนในช่วงรอผลเลือกตั้งสหรัฐ ด้านกรอบล่างอยู่ที่ 1215 จุด หากต่ำกว่า จะเห็นการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1207 จุด กลยุทธ์ พอร์ตลงทุน แนะนำคงพอร์ตลงทุนในสัดส่วน 50% ไว้ก่อน และรอสัญญาณให้ซื้ออีกครั้ง ส่วนการเข้าตลาดช่วงนี้ใช้การ Trading ไปก่อน
03/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET ฟื้นตัว ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ
SET ปรับขึ้นได้แรง หนุนจาก สรท.ปรับคาดการณ์ส่งออกปี 63 เป็น -7% จากเดิม -10 ถึง -8% หลังแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคขยับขึ้นแรงหลัง ธ.กลางออสเตรเลียลดดอกเบี้ยเหลือ 0.1% ในการประชุมวันนี้ นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ ส่วนสถานการณ์ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
Upside ระยะสั้นจำกัดบริเวณ 1222 จุด
คาดดัชนีจะเริ่มมี Upside ในระยะสั้นจำกัดก่อนบริเวณ 1222 จุด เพื่อลดความร้อนแรงในระยะสั้นของสัญญาณเทคนิค และนักลงทุนในตลาดมีโอกาสขายทำกำไรเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้น สำหรับการเลือกตั้งสหรัฐ ด้านกรอบล่างอยู่ที่ 1213 จุด หากต่ำกว่า จะเห็นการอ่อนตัวชัดขึ้น และมีแนวรับถัดไปที่ 1207 จุด กลยุทธ์ พอร์ตลงทุน แนะนำคงพอร์ตลงทุนในสัดส่วน 50% ไว้ก่อน และรอสัญญาณให้ซื้ออีกครั้ง ส่วนการเข้าตลาดช่วงนี้ใช้การ Trading ไปก่อน
02/11/2020 ทิศทางตลาดภาคเช้า
SET แกว่งผันผวนสลับบวกลบ ไม่ไปไหนไกล
 SET แกว่งผันผวนสลับบวกลบกรอบแคบท่ามกลางมูลค่าซื้อขายเบาบาง ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคเช้านี้กระจายตัวทั้งบวกและลบ แม้ว่าจีนรายงานดัชนี Caixin PMI ภาคการผลิต ต.ค. ขยายตัวดีกว่าคาดและติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 แต่กดดันจากราคาน้ำมันที่ลงแรงในเช้าวันนี้ ทั้งยังจับตาการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ นอกจากนี้การแพร่ระบาดที่รุนแรงในยุโรปยังมีผลต่อ sentiment การลงทุน ส่วนสถานการณ์ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
มุมมองตลาดภาคบ่าย:
เคลื่อนไหวบริเวณ 1195 +/-10 จุด
คาดดัชนีเคลื่อนไหวบริเวณ 1195 +/-10 จุด โดยคาดตลาดรอประเด็นสำคัญ สำหรับการเลือกตั้งสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. และตลาดขาดปัจจัยหนุน ส่วนประเด็นการแพร่ระบาดอย่างหนักของ COVID-19 ในสหรัฐ และยุโรป คาดตลาดปรับลงรับรู้ปัจจัยลบนี้ในระดับหนึ่งแล้ว กลยุทธ์ พอร์ตลงทุน แนะนำคงพอร์ตลงทุนในสัดส่วน 50% ไว้ก่อน และรอสัญญาณให้ซื้ออีกครั้ง ส่วนการเข้าตลาดช่วงนี้ใช้การ Trading ไปก่อน