ฐานข้อมูลรายเดือน (Databook)

พฤศจิกายน 2563                   ภาพรวมตลาด ต.ค. - แนวโน้มตลาด พ.ย. คาด SET ใน พ.ย. มอง downside เริ่มจำกัดเมื่อต่ำกว่า 1200 จุด และคาดว่าจะฟื้นตัวได้ โดยมีปัจจัยหนุน ได้แก่ 1) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยแม้ในช่วงแรกจะมีความเสี่ยงทำให้ตลาดหุ้นผันผวนจากผลเลือกตั้งปธน.สหรัฐ อาจไม่ได้ข้อสรุปโดยง่าย อย่างไรก็ตาม มองว่าหลังได้ประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์ หรือไบเดน จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ 2) ความคืบหน้าเรื่องวัคซีน โดยคาดว่า Moderna จะประกาศผลของวัคซีนในเดือนพ.ย.นี้ และ 3) มูลค่าพื้นฐานของ SET เริ่มกลับมาน่าสนใจ โดยหากเทียบกำไรตลาดปีหน้า ระดับ 1200 จุด จะกลับมาเทรด P/E เท่ากับค่าเฉลี่ยที่ 15-16 เท่าแล้ว ทั้งนี้ SET จะมีกรอบล่างบริเวณ 1170-1180 จุด เป็นจุดรองรับได้ เพื่อฟื้นตัว โดยมีแนวต้านที่เป็นกรอบบนอยู่ที่บริเวณ 1240-1250 จุด    
ตุลาคม 2563 ภาพรวมตลาด ก.ย. - แนวโน้มตลาด ต.ค. คาด SET ใน ต.ค. มีแนวโน้มปรับลงได้ต่อ โดยคาดเผชิญหลายปัจจัยลบ ได้แก่ 1) การปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐที่จะเกิดขึ้นต่อ นำโดยแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และความล่าช้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลัง รวมถึงความผันผวนของตลาดจะมีขึ้นมากก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2) การระบาดรอบสองของ COVID-19 สร้างความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ 3) การเติบโตต่ำของกำไรบริษัทจดทะเบียนใน SET ซึ่งยังถูกปรับประมาณการกำไรลงต่อเนื่อง ทำให้ SET ยังเทรด P/E ระดับสูง ด้านกรอบการเคลื่อนไหว SET มีกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1230 และ 1200 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบบนถูกจำกัดอยู่ที่แนวต้าน 1270-1280 จุด
กันยายน 2563 ภาพรวมตลาด ส.ค. - แนวโน้มตลาด ก.ย. คาด SET ใน ก.ย. เคลื่อนไหวภายในกรอบบริเวณ 1300-1350 จุด หรือมีกรอบบนที่ถูกจำกัดอยู่ที่แนวต้าน 1337 และ 1355 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบล่างมีแนวรับที่ยังรองรับได้อยู่ที่ 1310 และ 1290 จุด ตามลำดับ โดยคาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ เนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวก และลบ ที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวให้ขึ้นและปรับตัวลงได้ โดยปัจจัยบวกมาจากความคืบหน้าของวัคซีน และตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังแสดงสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังเผชิญปัจจัยลบเข้ามาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะปัญหาความตึงเครียดสหรัฐ และจีน ยังเป็นปัจจัยลบที่คอยกดดันตลาด ทั้งนี้ เราให้ระวังด้าน downside risk ที่จะทำให้ SET หลุด 1290-1300 จุด จากปัญหาการเมืองในประเทศที่ทวีความร้อนแรงขึ้น และราคาน้ำมันที่มีโอกาสปรับฐาน
สิงหาคม 2563 ภาพรวมตลาด ก.ค. - แนวโน้มตลาด ส.ค. คาด SET ใน ส.ค. ปรับลงได้ต่อ และการฟื้นตัวดูจำกัด โดยมีปัจจัยกดดันจาก: 1) การกลับมาระบาดระลอก 2 ของ COVID-19 ในหลายพื้นที่ สร้างความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนก.ค.มีแนวโน้มชะลอตัว 2) ราคาน้ำมันคาดว่าจะเริ่มปรับตัวลง ด้วยความกังวลด้านอุปสงค์ จากการกลับมาระบาดรอบสองของ COVID-19 และตั้งแต่ส.ค.ถึงสิ้นปี กลุ่ม OPEC+ จะลดการลดกำลังการผลิตลงจาก 9.7 เหลือ 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น และปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะนำตลาดลง และ 3) ยังต้องระวังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และจีน ที่เป็นปัจจัยที่เข้ามากระทบตลาดเป็นระยะๆ ด้านกรอบ SET ในเดือนนี้ มีกรอบบนซึ่งถูกจำกัดที่แนวต้าน 1330 และ 1350 จุด ส่วนกรอบล่าง ซึ่งดัชนีมีแนวโน้มลงไปหาอยู่ที่แนวรับ 1300 และ 1270 จุด ตามลำดับ
กรกฎาคม 2563 ภาพรวมตลาด มิ.ย. - แนวโน้มตลาด ก.ค. คาด SET ใน ก.ค. ยังปรับลงได้ต่อ และการฟื้นตัวดูจำกัด หลังในมิ.ย. เริ่มมีการปรับฐาน เช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีปัจจัยกดดันจาก 1) การกลับมาระบาดระลอก 2 ของ COVID-19 โดยเฉพาะสหรัฐที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก (4 หมื่นคนต่อวัน เทียบ 3 หมื่นคนต่อวันในช่วงเม.ย.) สร้างความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 2) ยังต้องระวังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และจีน ที่อาจกระทบต่อข้อตกลงทางการค้า 3) SET แม้เริ่มปรับลงมาแล้วกว่า 100 จุด จากจุดสูง 1455 จุด อย่างไรก็ตาม มูลค่ายังตึงตัว โดยคิดเป็น forward P/E ที่ 16.8 เท่า ในปี 63 (+1SD ของค่าเฉลี่ย 7 ปี) และ 4) แนวโน้มผลการดำเนินงานใน Q2/63 จะโดนผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในขณะที่ผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง ค่อยๆ ฟื้นตัว ด้านกรอบ SET ในเดือนนี้ มีกรอบบนที่แนวต้าน 1350 และ 1390 จุด ส่วนกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1285 และ 1265 จุด
มิถุนายน 2563 ภาพรวมตลาด พ.ค. - แนวโน้มตลาด มิ.ย. คาด SET ใน มิ.ย. ยังต้องระวังการปรับฐาน โดยเฉพาะเมื่อใกล้บริเวณ 1400 จุด เรามองมีโอกาสสูงต่อแรงขายทำกำไร โดยปัจจัยที่สนับสนุนมุมมองของเรา ได้แก่ 1) ตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ปรับขึ้นสะท้อนสถานการณ์ COVID ที่คลี่คลาย และมาตรการปลด Lockdown มามากแล้ว รวมถึงมีความคาดหวังสูงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในรูปแบบ V-Shape 2) มูลค่า SET ที่ตึงตัว สะท้อนได้จากระดับ Expected P/E ปี 64 ที่สูงเกินกว่า 18 เท่า 3) ตลาดมีภาวะเก็งกำไรสูงในหุ้นขนาดเล็ก โดยย้อนหลัง 1 เดือน ดัชนี mai และ sSET ปรับขึ้นกว่า 12.6% และ 7.7% ตามลำดับ เทียบ SET และ SET50 ที่ปรับขึ้นเพียง 4.9% และ 4.0% ตามลำดับ และ 4) ความตึงเครียดสหรัฐ และจีน นอกจากนี้ ติดตามประเด็นมาตรการพิเศษ Short Sell ของตลาดฯ หากไม่มีการต่ออายุในสิ้นมิ.ย. เรามองเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นแรงขายทำกำไรในตลาด ด้านกรอบ SET ในเดือนนี้ มีกรอบบนที่แนวต้าน 1365 และ 1390 จุด ส่วนกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1300 และ 1270 จุด
พฤษภาคม 253 ภาพรวมตลาด เม.ย. - แนวโน้มตลาด พ.ค. คาด SET ใน พ.ค. จะเข้าสู่การพักฐาน หลังเดือนเม.ย. ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น โดยปัจจัยที่สนับสนุนมุมมองของเรา ได้แก่ 1) ตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ปรับขึ้นสะท้อนสถานการณ์ COVID ที่คลี่คลาย และมาตรการปลด Lockdown มามากแล้ว 2) การออกนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงนโยบายการคลังของรัฐบาลแต่ละประเทศคาดจะลดน้อยลง และเปลี่ยนมาเป็นการติดตามสถานการณ์ก่อน หลังออกนโยบายพยุงเศรษฐกิจจำนวนมากก่อนหน้านี้ 3) มูลค่า SET เหนือ 1300 จุด เริ่มตึงตัว โดยคิดเป็นระดับ P/E มากกว่า 15x แล้ว (อิงกำไรตลาดในปีหน้า) 4) ผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มไม่ดีใน Q1 และ Q2 กระตุ้นแรงขายทำกำไรจากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามาก และ 5) จากการศึกษาย้อนหลัง 10 ปี SET มักจะปรับลดลงในเดือน พ.ค. เฉลี่ย 2% ด้วยความน่าจะเป็นถึง 80% ด้านกรอบ SET ในเดือนนี้ มีกรอบบนที่แนวต้าน 1330 และ 1360 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1220 และ 1170 จุด ตามลำดับ
เมษายน 2563 ภาพรวมตลาด มี.ค. - แนวโน้มตลาด เม.ย. คาด SET ใน เม.ย. มีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง หลังตลาดหุ้นต่างๆ ทั่วโลก รวมถึง SET ปรับลงแรงในเดือนก่อน สะท้อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ไประดับหนึ่งแล้ว และยังมีปัจจัยหนุนทั้งนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงนโยบายการคลังของรัฐบาลแต่ละประเทศ ช่วยลดผลกระทบ นอกจากนี้ในเม.ย. คาดว่าจะมีกองทุน SSF ที่เน้นลงทุนหุ้นไทย เสนอขายในช่วงต้นเดือนเป็นปัจจัยช่วยประคอง SET อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาพรวมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะทางฝั่งยุโรป และสหรัฐอเมริกา ที่กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่กระจาย เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความกังวล และทำให้เศรษฐกิจโลกเกิดภาวะถดถอย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ยังมี downside โดยในเดือนนี้ ซาอุฯ จะเพิ่มกำลังการผลิตเข้ามาเป็นปัจจัยกดดันราคา และกระทบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ทำให้มองกรอบบนของ SET จะถูกจำกัดที่แนวต้าน 1160 และ 1190 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1050 และ 1000 จุด ตามลำดับ
มีนาคม 2563 ภาพรวมตลาด ก.พ. - แนวโน้มตลาด มี.ค. คาด SET ใน มี.ค. มี downside จำกัดบริเวณ 1290-1300 จุด และมีโอกาสเกิดการรีบาวด์ทางเทคนิคหลังในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวลงแรงกว่า 200 จุด โดยมอง SET เริ่มมีความน่าสนใจด้านมูลค่าทางพื้นฐาน โดย SET บริเวณ 1300 จุด และอิงกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดปีนี้เติบโตในระดับ 5% SET จะเทรดที่ระดับ P/E เพียง 14.3x ดึงดูดเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาในตลาด ส่วนปัจจัยสำคัญเรามอง: 1) การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในจีนดีขึ้นมาก เหลือภายนอกจีน ซึ่งคาดจะมีมาตรการคุมเข้มเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ขยายวงกว้าง และ 2) ประชุมกลุ่มโอเปก (ประชุม 5-6 มี.ค) ที่คาดจะมีการลดกำลังการผลิต 5-6 แสนบาร์เรล/วัน ช่วยพยุงราคาน้ำมัน และเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มพลังงาน ด้านกรอบบนของ SET มีแนวต้านที่ 1360 และ 1400 จุด
กุมภาพันธ์ 2563  ภาพรวมตลาด ม.ค. - แนวโน้มตลาด ก.พ. คาด SET ใน ก.พ. ปี 63 มีโอกาสฟื้นตัว โดยมองปัจจัยลบจะคลี่คลายลง และ SET ที่กลับมามีมูลค่าทางพื้นฐานน่าสนใจเป็นปัจจัยหนุน โดยปัจจัยสำคัญเรามอง: 1) สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่เป็นปัจจัยกดดันหลักต่อดัชนีจะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น จากการร่วมกันใช้มาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด 2) SET มีมูลค่าน่าสนใจ โดยบริเวณ 1500 จุด คิดเป็น PE ระดับ 15.0x เท่ากับ SET จะกลับมามี upside 100 จุด (อิงสมมติฐาน SET เคลื่อนไหวในกรอบ PE 15.0-16.0x) ส่งผลให้หาก SET ต่ำกว่า 1500 จุด มองจะมี downside ที่จำกัด และ 3) กลุ่มโอเปกมีแนวโน้มเลื่อนการประชุมเร็วขึ้นมาในเดือนก.พ. จากเดิมมี.ค. ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มพลังงาน ทั้งนี้ แนวโน้มมีกรอบล่างที่แนวรับ 1500 และ 1480 จุด ซึ่งมอง downside จะจำกัดบริเวณนี้ ส่วนกรอบบนมีแนวต้านที่ 1550 และ 1570 จุด ที่มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นไปหา
มกราคม 2563  ภาพรวมตลาด ธ.ค. 62 - แนวโน้มตลาด ม.ค. 63 คาด SET ใน ม.ค. ปี 63 มี downside จำกัดบริเวณแนวรับ 1530-1550 จุด ซึ่งมองเป็นกรอบล่างของเดือน และจะฟื้นตัวได้ ด้วยปัจจัยสนับสนุน 1) มูลค่าทางพื้นฐานที่น่าสนใจ โดย SET ปัจจุบันเทรด PE ที่ระดับเพียง 15x เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ 2) ความคาดหวังเชิงบวกของตลาดในเรื่องเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวช่วยหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น 3) สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนที่ผ่อนคลายลง หลังมีการบรรลุข้อตกลงการค้าในเฟสแรกไปแล้ว และตลาดคาดหวังถึงการทำข้อตกลงในเฟสที่สอง และ 4) January Effect ซึ่งตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค. ของทุกปี เมื่อดูจากในอดีต โดย SET มีกรอบบนในม.ค. อยู่ที่ 1600 และ 1620 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ ปัจจัยกดดันให้ระวังแรงขายจาก LTF ที่ซื้อก่อนปี 2559 อย่างไรก็ตาม คาดกรอบล่างของเดือนจะเป็นจุดที่รองรับได้ กลยุทธ์ การอ่อนตัวของ SET ใช้เป็นจุดในการเข้าซื้อสะสม