ฐานข้อมูลรายเดือน (Databook)

กันยายน 2564 ภาพรวมตลาด ส.ค. - แนวโน้มตลาด ก.ย. คาด SET ใน ก.ย. กรอบบนจำกัดบริเวณ 1655 และ 1675 จุด ตามลำดับ และตลาดมีความเสี่ยงต่อการเผชิญแรงขายทำกำไร หลังในเดือนก่อนปรับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ดัชนีขึ้นด้วยแรงหนุนด้าน Sentiment มากกว่าปัจจัยพื้นฐานด้านผลการดำเนินงาน และมูลค่าที่ตึงตัว ทำให้มีโอกาสชะลอตัว โดยมองกรอบล่างอยู่ที่ 1600 และ 1560 จุด ตามลำดับ
สิงหาคม 2564 ภาพรวมตลาด ก.ค. - แนวโน้มตลาด ส.ค. คาด SET ใน ส.ค. มองยังกลับมายืนเหนือ 1600 จุด ได้ยาก โดยมีกรอบบนจำกัดที่ 1550 และ 1600 จุด ตามลำดับ เนื่องด้วยตลาดที่ขาดปัจจัยหนุน เนื่องจากเผชิญปัจจัยกดดันหลักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิค-19 กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน ทำให้ดัชนียังมี downside โดยมีกรอบล่างที่ 1500 และ 1470 จุด ตามลำดับ ด้านประเด็นสำคัญ ติดตามประชุมเฟดที่ Jackson Hole ซึ่งอาจทำให้ตลาดมีความผันผวนมากยิ่งขึ้น
กรกฎาคม 2564 ภาพรวมตลาด มิ.ย. - แนวโน้มตลาด ก.ค. คาด SET ใน ก.ค. มองเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1530-1640 จุด โดยมีทั้งปัจจัยบวกลบเข้ามามีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหว โดยปัจจัยหนุนมาจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว และการเร่งฉีดวัคซีนในประเทศ เพื่อเตรียมเปิดประเทศได้ในช่วง Q4/64 อย่างไรก็ตาม กรอบบนยังจำกัด เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้ามาเป็นระยะ และยังต้องติดตามนโยบายการเงินเฟด เรื่องสัญญาณลด QE ทำให้ตลาดมีความเสี่ยงด้าน downside อยู่
มิถุนายน 2564 ภาพรวมตลาด พ.ค. - แนวโน้มตลาด มิ.ย. คาด SET ใน มิ.ย. ยังมองกรอบบนจำกัดที่บริเวณ 1600 และ 1630 จุด ตามลำดับ โดยมีปัจจัยกดดันจาก 1) สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศ ที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลง และ 2) ความเสี่ยงด้านการปรับฐานของตลาดหุ้นต่างประเทศ ที่ยังไม่สะท้อนความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐที่เร่งตัว จะทำให้เฟดปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน โดยให้ติดตามการประชุมในวันที่ 15-16 มิ.ย. นี้ ทำให้มอง SET ยังมี downside กลับลงมาหากรอบล่าง ซึ่งอยู่ที่ 1530 และ 1500 จุด ตามลำดับ
พฤษภาคม 2564 ภาพรวมตลาด เม.ย. - แนวโน้มตลาด พ.ค. คาด SET ใน พ.ค. มองกรอบบนจำกัดที่บริเวณ 1600 และ 1630 จุด ตามลำดับ โดยแม้ว่ากลุ่ม Global play หนุนตลาด จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยบวกด้านอุปสงค์ต่อสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศที่ยังลุกลาม และในเดือนพ.ค. มีโอกาสเกิด Sell in May ด้วยความน่าจะเป็นระดับสูงตามสถิติย้อนหลัง ทำให้มอง SET ยังมี downside กลับลงมาหากรอบล่าง ซึ่งอยู่ที่ 1530 และ 1500 จุด ตามลำดับ
เมษายน 2564 ภาพรวมตลาด มี.ค. - แนวโน้มตลาด เม.ย. คาด SET ใน เม.ย. แม้ยังซิกแซกปรับขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 1600 จุดได้ ด้วยแรงเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและเล็ก รวมถึงปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ด้วยมูลค่าตลาดที่ตึงตัว และหุ้นขนาดใหญ่เริ่มมี Upside ที่จำกัด รวมถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานใน Q1/64 ที่ยังชะลอตัว จากผลการระบาดในประเทศรอบใหม่ของ COVID-19 เป็นตัวกระตุ้นแรงขายทำกำไร ทำให้คาดว่า SET ในเม.ย. มีกรอบบนที่จำกัดบริเวณ 1620 และ 1640 จุด ส่วนกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1560-1570 จุด
มีนาคม 2564 ภาพรวมตลาด ก.พ. - แนวโน้มตลาด มี.ค. คาด SET ใน มี.ค. มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวน แต่ยังคงลักษณะรูปแบบ Sideways อยู่ภายในกรอบ โดยกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1470 และ 1450 จุด ประเด็นวัคซีนที่เข้ามาในไทย และมาตรการที่ผ่อนปรน รวมถึงเตรียมรับนักท่องเที่ยว ช่วยประคองดัชนี อย่างไรก็ตาม มูลค่าตลาดที่ตึงตัว ดอลลาร์สหรัฐในทิศทางแข็งค่ากระตุ้นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และกังวลการเพิ่มขึ้นของ Yield พันธบัตร ทำให้การปรับขึ้นถูกจำกัดที่กรอบบนบริเวณแนวต้าน 1530 และ 1560 จุด ตามลำดับ
กุมภาพันธ์ 2564                         ภาพรวมตลาด ม.ค. - แนวโน้มตลาด ก.พ. คาด SET ใน ก.พ. มีแนวโน้มปรับตัวลง โดยมีปัจจัยกดดันจาก 1) แรงขายทำกำไรของตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลก หลังปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องสะท้อนปัจจัยบวกต่างๆ มามากแล้ว 2) แนวโน้มดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า กระตุ้นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และ 3) หุ้น free float ต่ำอย่าง DELTA ที่หนุน SET ขึ้นก่อนหน้านี้ เผชิญแรงขาย โดย SET มีแนวรับที่เป็นกรอบล่างของเดือนอยู่ที่ 1450 และ 1400 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ คาดว่าบริเวณ 1400 จุด จะเป็นจุดรองรับได้ เพื่อกลับมาฟื้นตัว จากความหวังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และวัคซีน รอเป็นปัจจัยหนุน ด้านกรอบบนอยู่ที่แนวต้าน 1500 และ 1550 จุด
มกราคม 2564    ภาพรวมตลาด ธ.ค.- แนวโน้มตลาด ม.ค. คาด SET ใน ม.ค. มี upside จำกัด บริเวณ 1500 จุด โดยนอกจากมูลค่าที่ตึงตัวแล้ว และสะท้อนปัจจัยบวกต่างๆ มามากแล้ว การปรับขึ้นในช่วงท้ายปี มาจากปัจจัยหนุนระยะสั้น จากแรงหนุนของหุ้นที่มี Free Float ต่ำ และการทำ Window dressing ขณะที่ปัจจัยหลักที่กดดันตลาด ยังคงอยู่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศที่ยังลุกลาม ทำให้มองดัชนีมีโอกาสกลับมาปรับตัวลงหาบริเวณ 1400 จุด อีกครั้ง หรือมีโอกาสต่ำกว่า โดยมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1380 และ 1350 จุด ตามลำดับ